วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เกี่ยวกับ EXcel

ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel 2007พิมพ์

component-excel-2007
ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel 2007
เมื่อโปรแกรม Microsoft Excel 2007 ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว จะใช้ชื่อไฟล์ว่า สมุดงาน1 เสมอแต่ถ้าเปิดแฟ้มใหม่ต่อไปอีกก็จะใช้ชื่อเป็น สมุดงาน2 สมุดงาน3 ต่อไปเรื่อย ๆโดยมี ส่วนประกอบของ โปรแกรม MicrosoftExcel 2007

หลักการพิมพ์สูตรทางคณิตศาสตร์ในเซลล์ใน Excel 2007
พิมพ์
ในการพิมพ์สูตรสมการทางคณิตศาสตร์แบบบรรทัดเดียวนั้น มีหลักการดังต่อไปนี้
1. เครื่องหมายสถานะของสูตร
ให้พิมพ์เครื่องหมายเท่ากับ (=) หรือคลิกเครื่องหมายเท่ากับบนแถบสูตร จะมีแผ่นกรอกข้อมูลให้มา โดยโปรแกรม Excelจะรู้ทันทีว่ากำลังทำงานอยู่ในสถานะสูตร
excel-2007-12
excel-2007-12-2
การพิมพ์ = ลงไปโดยตรงในเซลล์ และการคลิก = ที่แถบสูตร

2. ตัวเลขและการอ้างอิงเซลล์
เมื่อพิมพ์ = แล้ว ก็เป็นการพิมพ์สมการทางคณิตศาสตร์บรรทัดเดียว ซึ่งจะใช้ตัวเลขหรือเซลล์มาพิมพ์ก็ได้ ถ้าเป็นตัวเลขExcel จะถือว่าเป็นค่าคงที่ แต่ถ้าเป็นเซลล์ จะขึ้นอยู่กับการอ้างอิงเซลล์ โดยการพิมพ์ชื่อเซลล์ลงไปโดยตรง หรือใช้เมาส์คลิกเลือกเซลล์ที่อ้างอิงนั้นก็ได้ เช่น =1/2 หรือ =6*B3 หรือ=A4+B4 เป็นต้น

3. เครื่องหมายการคำนวณและเปรียบเทียบ
เป็นการคำนวณโดยใช้เครื่องหมาย บวก (+) ลบ (-) คูณ (*) หาร (/) เลขยกกำลัง (^) เปอร์เซ็นต์ (%) และใช้เครื่องหมายวงเล็บ () แต่เราไม่สามารถที่จะใส่สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับ ซ้อน เช่น √ (Square root) ลงในสูตรของ Excel ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการนำฟังก์ชันมาช่วยทำงาน ตัวอย่าง √7 จะเขียนเป็น SQRT (7) แทน เป็นต้น ซึ่งการคำนวณจากเครื่องหมายคำนวณนี้ จะมีลำดับงานการคำนวณก่อนหลัง ดังตาราง

ลำดับงาน (ความสำคัญ) การคำนวณสูตรในโปรแกรมMicrosoft Excel
ลำดับที่เครื่องหมายคำอ่าน
1
( )
วงเล็บ
2
%
เปอร์เซ็นต์
3
^
ยกกำลัง
4
* และ /
คูณ และ หาร
5
+ และ -
บวก และ ลบ

เครื่องหมายในการเปรียบเทียบในการคำนวณสูตรของโปรแกรม Microsoft Excel
เครื่องหมายคำอ่านตัวอย่าง
=
เท่ากับ
=A1=250 หรือ =A1>=250
ถ้าค่าเป็นจริงหรือถูก จะได้
ผลลัพธ์ เป็น TRUE
แต่ถ้าค่าเป็นจริงหรือเท็จจะได้
ผลลัพธ์ เป็น FALSE
>
มากกว่า
<
น้อยกว่า
>=
มากกว่าหรือเท่ากับ
<=
น้อยกว่าหรือเท่ากับ
<>
ไม่เท่ากับ
 
 
 
 
 
 

กิจกรรมที่ 4.1 การทำโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์


ชื่อโครงงาน เกมไขปริศนาพาสนุก


 ประเภทของโครงงาน พัฒนาเกม


ชื่อผู้จัดทำโครงงาน (จำนวน คน)


1. นางสาวณัฐฤตา  บุณรุ่ง  ชั้น ม.3/4 เลขที่ 2


2. นางสาวพรนิภา  นามทอง ชั้น ม.3/4 เลขที่ 5


3. นางสาวกัณฐาภรณ์   สุภาศรี ชั้น ม.3/4 เลขที่ 12


4. นางสาวพีรยา  บัวโพธิ์ ชั้น ม.3/4 เลขที่ 25


5. นางสาวศศิธร  หล้ามาชน ชั้น ม.3/4 เลขที่ 51


อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน นางสุวีรา  สุดาเดช


ระยะเวลาดำเนินการ    1 ธ.ค. 55- 31 ม.ค. 55




แนวคิด ทีมา และความสำคัญ


เนื่องจากทุกวันนี้เด็กไทย ติดเกมเป็นจำนวนมากและเกมที่เล่นนั้นส่วนใหญ่เป็นเกมต่อสู้ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงกับเด็ก เราจึงคิดสร้าง เกม ไขปริศนาพาสนุก ขึ้นมาเพื่อให้ได้ฝึกเกี่ยวกับการนำคำศัพท์ในภาษาอังกฤษมาใช้ประโยชน์


วัตถุประสงค์


-                   เพื่อได้สร้างเกมที่ประโยชน์ให้กับเด็กๆ


-                   เพื่อฝึกใช้โปรแกรม Microsoft Excel


-                   เพื่อฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษ




หลักการและทฤษฎี


อยากให้เด็กที่ติดเกมได้หันมาเล่นเกมที่สามารถพัฒนาความรู้ความคิดด้านภาษาอังกฤษและเกมที่สามารถนำมาเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็กๆได้


วิธีดำเนินการ


ประชุมสมาชิกในกลุ่มเพื่อที่จะได้ออกความคิดเห็นในเรื่องของการเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน




ขั้นตอนการปฏิบัติ


1.เลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน
2.วางแผนเค้าโครงเรื่องที่จะทำ
3.สืบค้นข้อมูลและนำมาเรียบเรียงเป็นโครงงานตามที่วางแผนไว้
4.ตรวจสอบความเรียบร้อยและความถูกต้อง
5.นำเสนอผลงาน


ผลที่คาดว่าจะได้รับ


-                   จะได้เกมที่สร้างโดยโปรแกรม Microsoft Excel


-                   ได้เกมที่ฝึกพัฒนาการด้านภาษาอังกฤษ


-                   ได้รับความรู้


-                   ได้ความสนุกสนานจากการเล่นเกม

เอกสารอ้างอิง


http://www.krujanjira.com/indexversion.html

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปกหนังสืออิเล็กนิคส์


ปกหน้า

                                                      
                                                            ปกหลัง



วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันมาฆบูชา


วันมาฆบูชา


วันมาฆบูชา (บาลีมาฆปูชาอังกฤษMagha Puja) เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย[1]"มาฆบูชา" ย่อมาจาก "มาฆปูรณมีบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าในปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 หลัง (วันเพ็ญเดือน 4) [2]
วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4[3][4]
เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น[5] โดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร
ปัจจุบันวันมาฆบูชาได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทย[1] โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์[6] พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่นการตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์[7] ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นสาวมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์หลายหน่วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์) แทน
สำหรับในปี พ.ศ. 2555 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันพุธที่ 7 มีนาคม ตามปฏิทินสุริยคติ